จะดูแลรถของเราให้อยู่ในสภาพดี ต้องดูแลให้ครบทั้งระบบครับ ภายนอกดูแลยังไง ภายในก็ต้องดูแลแบบนั้นครับ สำหรับปัญหากลิ่นเหม็นอับที่กวนใจหลายๆคน ทางรถนิยมมีเคล็ดลับมาแนะนำครับ

1.ขจัดกลิ่นจากต้นตอก่อน
หากต้นตอของกลิ่นยังอยู่บนรถ คุณควรเอาไปทิ้งหรือทำความสะอาดบริเวณนั้นก่อนครับ ซึ่งจุดที่มักจะมีต้นตอของกลิ่นอับภายในรถก็ได้แก่  ที่เก็บล้อรถสำรองใต้กระโปรง กระโปรงรถ อาจมีสิ่งแปลกปลอมไปติดอยู่  พื้นพรมรถและพรมรองเท้าก็อาจมีน้ำหกจนชื้นเกิดกลิ่น  ท่อระบายน้ำในเครื่องยนต์เกิดการอุดตัน เครื่องปรับอากาศอาจมีตัวกรองที่สกปรกหรือแม้แต่อาหารสดตกหล่นอยู่ภายในรถ เจอแล้วก็จัดการบริเวณนั้นให้สะอาด กลิ่นจะลดลงได้มาก ก่อนที่จะไปจัดการต่อในส่วนอื่นๆของรถครับ

2. ดูดฝุ่น-ล้างผ้ายาง ทำความสะอาดพิฆาตกลิ่น
กลิ่นเหม็นอับในรถมักมีที่มาจากความชื้นและความสกปรกครับ การทำความสะอาดจึงเป็นวิธีแรกๆที่ขจัดกลิ่นได้ โดยเริ่มต้นจากการดูดฝุ่นในรถตามซอกมุมต่างๆ และพื้นรถ เอาผ้ายางที่รองเท้าออกมาล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อต่างแดดให้แห้งก่อนจะเอามาวางในรถ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชุบน้ำบิดหมาดเข้ามาเช็ดพื้นผิวที่แข็งเช่นคอนโซล พวงมาลัย นอกจากจะช่วยลดกลิ่นแล้ว เชื้อโรคต่างๆก็จะลดลงด้วย

3. ดูแลเบาะให้ถูกวิธี
เพราะเบาะเป็นส่วนที่มีพื้นกว้างที่สุดในตัวรถ หากเกิดกลิ่นที่เบาะ ก็จะเหม็นอับและไม่หาย แต่เบาะก็มีหลายชนิดเช่น เบาะผ้า เบาะหนังแท้ เยาะหนังเทียม คุณควรดูแลเบาะด้วยวิธีที่เหมาะสมกับวัตถุดิบ มีคำแนะนำดังต่อไปนี้ครับ
– เบาะผ้า มีคุณสมบัติดูดกลิ่นและฝุ่น ซึมซับน้ำได้ง่าย จึงออาจมีคราบสกปรกจากน้ำหก สามารถจัดการได้ด้วยการใช้น้ำสบู่เช็คทำความสะอาดอย่างเบามือเพราะหากเช็ดแรงเกินไปเบาะจะเป็นขุยและไม่ใช้น้ำสบู่ที่แรงเกินไปเพราะอาจกัดเบาะให้มีรอยด่างได้ นอกจากนี้ควรปัดฝุ่นทุกวันหรือดูดฝุ่นอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
– เบาะหนังเทียม เพราะไม่ซับน้ำจึงง่ายต่อการดูแล สามารถใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดหรือน้ำผสมสบู่เล็กน้อยบิดให้หมาดเช็ดทำความสะอาด แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งที่สะอาดซ้ำอีกทีครับ
– เบาะหนังแท้  คนนิยมเพราะนั่งแล้วนุ่มสบาย สีสวยเป็นธรรมชาติ แต่ปัญหาหลักคือความชื้น หนังแท้ซับน้ำไม่มากเท่ากับเบาะผ้า แต่หากชื้นแล้วจะจัดการได้ยากกว่า อาจใช้วิธีเคลือบเบาะเดือนละ 1-2 ครั้ง ช่วยไม่ให้น้ำหกแล้วเป็นคราบ จากนั้นก็หมั่นเช็ดด้วยผ้าแห้งครับ

4. เปิดพัดลมแอร์เพื่อปรับอากาศ 
ดูแลส่วนต่างๆของรถไปแล้ว ก็เพิ่มเติมด้วยการปรับสภาพอากาศที่แอร์รถกันหน่อยครับ กดจอดรถเมื่อเลิกใช้งานให้กดปุุ่มปิด ACC ในรถให้เหลือแต่พัดลมเปาเปล่าๆ เพื่อไล่ความชื้นเป็นเวลา 2- 3 นาทีก่อนจะดับเครื่อง ทำเป็นประจำจะช่วยลดความชื้นในแอร์ที่สะสมมาจากการทำความเย็นตลอดวันด้วย

5. ใช้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อ
ไม่มีอะไรจะฆ่าเชื้อโรคได้ดีเท่าแสงแดดและความร้อนจากแดดครับ หาเวลาจอดรถเพื่อเปิดประตูหน้าต่างกลางแดดสักพัก เรื่องกลิ่นอับจะดีขึ้นแต่ถ้ารถของคุณใช้เบาะหนังก็อย่าให้นานเกินไป  เพราะแสงแดดจะทำให้เบาะหนังแข็งและแตกได้ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.tqm.co.th

Comments

comments

You Might Also Like