facebook_pixel รถนิยม

ยานยนต์คันแรกในประเทศไทย

ยานยนต์คันแรกในประเทศไทย

ยานยนต์คันแรกในประเทศไทย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์เป็นอย่างมากและโปรดเกล้าฯให้มีการตัดถนนในกรุงเทพมหานครรวมถึงถนนรอบนอกพระนครหลายสายเพื่อความสะดวกในการสัญจรไปมาของประชาชน…

วันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นวันที่ระลึกสำคัญของชาติเป็นวันที่เศร้าสลดอย่างใหญ่หลวงของพระบรม วงศานุวงศ์และปวงชนทั่วประเทศ “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นกษัตริย์ที่เคารพรักของทวยราษฎร์ ทรงประชวร เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการ ทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า จึงได้ถวายพระนามว่า “พระปิยมหาราช” หรือ “พระพุทธเจ้าหลวง”

พระองค์ทรงเป็นนักปกครองที่มีพระปรีชาสามารถยิ่ง ทรงนำประเพณีการปกครองของไทยอย่างเก่าแต่โบราณมาผสมผสานกับประเพณีการปกครองอย่างนิยมกันในทวีปยุโรป แล้วทรงปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองเป็นลำดับ ตามลำดับตามสถานการณ์และความเหมาะสม ซึ่งเป็นพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งที่ปวงชนชาวไทยทุกคนควรระลึกถึง นั่นก็คือ “การเลิกทาส” เมื่อปี พ.ศ. 2448 ได้ออกพระราชบัญญัติเลิกทาสที่แท้จริงขึ้น เรียกว่า “พระราชบัญญัติทาส ร.ศ.124″ (พ.ศ. 2448) เลิกเรื่องลูกทาสในเรือนเบี้ยอย่างเด็ดขาด เด็กที่เกิดจากทาส ไม่เป็นทาสอีกต่อไป การซื้อขายทาสเป็นโทษทางอาญา

พระองค์ทรงห่วงใยในสภาพความเป็นอยู่ของราษฎร จึงโปรดให้ริเริ่มกิจการหลายอย่างเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ระหว่างกรุงเทพฯ และนครราชสีมา และได้เสด็จพระราชดำเนินไปขุดดินก่อพระฤกษ์เพื่อประเดิมการสร้างทางรถไฟไปนครราชสีมา นับว่าเป็นการสร้างทางรถไฟครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย การสร้างสะพาน, ถนน, การขุดคลอง, ไปรษณีย์โทรเลข, การแพทย์ และกิจการโรงพยาบาล ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลขึ้นที่บริเวณพระราชวังหลัง เดิมชื่อโรงพยาบาลวังหลัง ต่อมาพระราชทานนามใหม่ว่า “ศิริราชพยาบาล”

ราชยานยนต์คันแรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รถยนต์ Mercedes Benz 28Hp

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์เป็นอย่างมาก พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้มีการตัดถนนในกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นหลายสาย ในปี พ.ศ. 2447 เสด็จกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ได้เสด็จไปรักษาพระองค์จากอาการประชวรที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และได้ทรงมีรับสั่งให้บริษัทเยอรมันในกรุงปารีสทำการประกอบรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อ Mercedes Benz ซึ่งนับได้ว่าเป็นรถยนต์ชั้นยอดในเวลานั้น

รถยนต์ Mercedes คันดังกล่าว ปรากฏหลักฐานการสั่งซื้อผ่านสถานเอกอัครราชทูตสยามประจำกรุง ปารีส โดยทำการสั่งซื้อจากออโตโมบิลยูเนียน ปารีส ตั้งอยู่เลขที่ 39 ถนนณองส์เอลิเซ่ ซึ่งเป็นบริษัทขายรถยนต์ของนายเอมิล เยลลิเน็ค และมาถึงสยามประเทศโดยการบรรทุกมาทางเรือเมื่อวันที่ 19 ​ธันวาคม พ.ศ. 2447 ระบุในใบส่งของว่าผู้รับปลายทางคือพระมหากษัตริย์แห่งกรุงสยาม เป็นรถยนต์ Mercedes Benz รุ่น 28 HP 4 สูบเครื่องยนต์ 35 แรงม้าหมายเลขแชสซีส์ 2397 และหมายเลขเครื่องยนต์ 4290 ในขณะนั้นเสด็จกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ทรงทำการเร่งการประกอบรถยนต์คันนี้แทบทุกวัน พอรถเสร็จก็ทรงว่าจ้างคนขับชาวอังกฤษขับรถคันนี้พาพระองค์ท่าน พร้อมด้วย ม.จ.อมรทัต กฤดากร, หลวงสฤษดิ์ สุทธิวิจารณ์ (ม.ร.ว.ถัด ชุมสาย) ตระเวนไปทั่วยุโรปภาคกลางเพื่อเป็นการทดสอบเครื่องยนต์และตัวรถ จากนั้นจึงวนกลับไปยังนครปารีส เมื่อเสด็จกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์เสด็จกลับถึงยังเมืองไทยแล้ว ก็ได้ทรงนำรถยนต์คันนี้ขึ้นทูลเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นที่พอพระราชหฤทัยยิ่งนัก และแล้วรถยนต์ Mercedes Benz หมายเลขแชสซีส์ 2397 และหมายเลขเครื่องยนต์ 4290 ก็กลายเป็นรถยนต์พระที่นั่งคันแรกในประวัติศาสตร์ไทยซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่สารถีก็คือ เสด็จกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์นั่นเอง

ถนนราชดำเนินในปี พ.ศ. 2448

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดปรานรถยนต์พระที่นั่งมาก เพราะความสะดวกสบายสามารถเสด็จพระราชดำเนินได้เร็วกว่ารถม้าพระที่นั่งมาก และยามใดที่พระองค์ทรงว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจ ก็มักเสด็จพระราชดำเนินเยือนพื้นที่ต่างๆ ด้วยรถยนต์พระที่นั่งคันดังกล่าวเสมอ ต่อมาทรงเห็นว่ารถยนต์เพียงคันเดียวไม่เพียงพอที่จะใช้งานตามพระราชประสงค์ อันเนื่องมาจากพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายในก็ทรงโปรดปรานรถยนต์ กันแทบทุกพระองค์และมักจะตามเสด็จไปด้วยในการเดินทางรอบพระนคร จึงได้ตัดสินพระทัยซื้อรถยนต์พระที่นั่งอีกคันหนึ่ง ในครั้งนี้เสด็จกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ได้เป็นผู้แทนพระองค์ในการสั่งซื้อ อีกครั้ง และทรงเลือกรถ Mercedes Benz เหมือนเดิมโดยสั่งนำเข้าจากเยอรมันโดยตรง เป็นรถเก๋งสีแดงรุ่นปี 2448 เครื่องยนต์ 4 สูบ 28 แรงม้าสามารถวิ่งได้เร็วถึง 73 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในสมัยนั้นถือได้ว่าเป็นรถยนต์ที่เร็วมาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามแก่รถยนต์พระที่นั่ง คันที่ 2 ว่า แก้วจักรพรรดิ ในทำนองเดียวกันกับโบราณราชประเพณีที่มีการพระราชทานนามให้แก่ ช้างเผือกคู่พระบารมี คำว่า แก้วจักรพรรดิ มีความหมายเปรียบประดุจหนึ่งในแก้วเจ็ดประการ อันเป็นของคู่พระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์

รถแก้วจักรพรรดิ จากซ้ายไปขวา พระยาบุษรถ (ฟ้อน ศิลปี) ท้าววรจันทร์-เจ้าคุณพระประยูรวงศ์-ท่านผู้หญิงตลับ-เจ้าจอมมารดาชุ่ม-เจ้าจอมมารดาโหมด-พระราชชายาเจ้าดารารัศมี-เจ้าจอมเลียม บันทึกภาพเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2448

เมื่อรถยนต์เริ่มเป็นที่นิยมและแพร่หลายในหมู่พระราชวงศ์ตลอดจนพ่อค้าคหบดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระดำริว่าสมควรจะจัดงานเฉลิมฉลองสักครั้งหนึ่ง จึงทรงกำหนดให้วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2448 เป็นวันชุมนุมรถยนต์ครั้งแรกในกรุงรัตนโกสินทร์ และปรากฏว่ามีรถยนต์ไปร่วมชุมนุมในบริเวณพระบรมมหาราชวังเป็นจำนวนถึง 30 คัน พระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับเจ้าของรถทุกพระองค์และทุกคน เมื่อถึงเวลาประมาณบ่ายสี่โมงเย็นก็ได้เคลื่อนขบวนรถไปตามถนนสามเสน เลี้ยวเข้าสู่สวนดุสิตโดยตลอดสองข้างทางมีผู้คนยืนเรียงรายชมขบวนรถด้วยความ ตื่นตาตื่นใจ ปี พ.ศ. 2451 ในวาระเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 56 พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้นำรถยนต์จากประเทศฝรั่งเศสเข้ามายังสยามประเทศอีกครั้งเป็นจำนวน 10 คัน เพื่อพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ตลอดจนข้าราชการชั้นสูงเพื่อใช้ในราชการแผ่นดิน รถยนต์ทั้งสิบคันได้รับพระราชทานนามให้สอดคล้องกันเป็นที่ไพเราะจับใจได้แก่ มณีรัตนา ทัดมารุต ไอยราพตกังหัน ราชอนุยันต์ สละสลวย กระสวยทอง ลำพองทัพ พรายพยนต์ กลกำบัง และ สุวรรณมุขี

เมื่อมีการสร้างถนนในกรุงเทพมหานครมากขึ้นเรื่อยๆ รถยนต์จึงกลายเป็นพาหนะในการเดินทางที่สะดวกสบายและมีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสารทั้งประจำทางและไม่ประจำทางวิ่งกันขวักไขว่ไปมาบนท้องถนนในพระนคร ทำให้การจราจรเริ่มติดขัดเนื่องจากรถเหล่านั้นวิ่งกันไม่เป็นระเบียบและเกิด อุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง ประกอบกับในสมัยนั้นยังไม่มีทะเบียนรถเป็นหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ จึงเกิดปัญหาการลักขโมย และก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมามากมาย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจึงมีการออกกฎหมายตราพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรกใน ประเทศสยามขึ้น เมื่อปีพ.ศ. 2452 ภายใต้พระบรมราชโองการ ดังนี้

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งนำขบวนรถยนต์ของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ ฉายพระรูปราวปี พ.ศ. 2450

“ทุกวันนี้มีผู้ใช้รถยนต์ที่เรียกกันว่า ออโตโมบิล ขับไปมาอยู่ตามถนนหลวงมากขึ้นสมควรที่จะมีพระราชบัญญัติสำหรับการเดินรถและขับรถขึ้นไว้เพื่อป้องกันเหตุการณ์อันตรายต่างๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตราพระราชบัญญัติสืบไป”

งานเฉลิมฉลองรถยนต์ครั้งแรกในสยามประเทศ วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2448

พระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้เจ้าของรถจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยโดยเสียค่าธรรมเนียมคันละ 10 บาท ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถบรรทุกทั้งในบางกอกและตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศที่จดทะเบียนรวมทั้งหมด 412 คัน จากพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯรัชกาลที่่ 5 ที่ทรงมีต่อไพร่ฟ้าประชาชนจากการที่ทรงมีพระราชดำริให้สร้างถนนหนทาง และการออกพระราชบัญญัติจราจร ทำให้คนไทยนิยมการใช้รถยนต์เพื่อการเดินทางเพิ่มมากขึ้น หลังจากนั้นก็เริ่มมีบริษัทรถยนต์จากต่างประเทศ ทยอยเข้ามาเปิดกิจการกันเป็นจำนวนมาก ในยุคนั้นร้านรวงในย่านการค้าของเมืองหลวงจะมีการขึ้นป้ายปิดประกาศเปิด กิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายใหม่แทบจะทุกสัปดาห์ รถยนต์ที่นำเข้ามาในประเทศไทยมีมากมายหลายยี่ห้อ ทั้งจากเยอรมัน ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และอิตาลี รวมไปถึงธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์มือสอง จวบจนถึงปี พ.ศ. 2474 มีรถยนต์ที่จดทะเบียนทั้งหมดถึง 3,222 คัน

เอกสารอ้างอิง
– สมุดภาพรัชกาลที่ 5 สำนักพระราชวัง
– Silver Star Chronicle 100 Year Mercedes Benz Thailand
– วิวัฒนาการยานพาหนะทางบกของไทย
CR: อาคม รวมสุวรรณ

Comments

comments

Featured Image Featured Image