คุณสมบัติของเครื่องฟอกอากาศไบโอโซน

  • สามารถกำจัดเชื้อโรคแบคทีเรียและไวรัสในอากาศและบนพื้นผิววัสดุ
  • สามารถป้องกันและยับยังการกระจายหรือแพร่ระบายของเชื้อโรค,เชื้อรา,ควัน,ไวรัสในอากาศได้ที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ปิด
  • สามารถกำจัดกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์โดยไม่ทิ้งสารเคมีที่มีอันตรายตกค้างอยู่ในอากาศ
  • สามารถสลายสารอินทรีระเหยภายในพื้นที่ปิดได้เมื่อใช้ต่อเนื้องเป็นระยะ
  • ช่วยลดจำนวนฝุ่นละอองในอากาศโดยใช้ประจุลบยึดเศษละอองฝุ่นกับพื้น

Biozone technology

  • ตามธรรมชาติของอากาศในพื้นที่ปิดจะถูกปนเปื้อนอยู่ด้วย 4 ปัจจัยหลัก
  • จุลชีพขนาดเล็กเช่น เชื้อโรค, แบคทีเรีย, ไวรัส, หรือเชื้อรา
  • สารอินทรีย์ระเหยเช่น ฟอร์มาลีน, เบนซิน ฯลฯ
  • ฝุ่นละอองเศษผงและเกรสต่างๆ
  • กลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์

There are five technologies in Biozone air purifier which can be categorized into two types. There are internal purifications which are PCO and Germicidal as well as external purifications which are Photoplasma, Negative Ion, and Ozone.

  • การเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการออกซิเดชั่นโดยใช้แสงยูวี (PCO)

PCO คือกระบวนการโฟโตคะตะลิติกออกซิเดชั่น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานจากรังสียูวีในการเกิดปฏิกิริยาร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาจะได้แก่พวกโลหะตัวนำเช่น ไทเทเนียม, อะลูมีเนียมหรือสารกึ่งตัวนำ และเมื่ออนุภาคแสงหรือโฟตรอนที่มีพลังเท่ากับหรือสูงกว่าช่องว่างพลังงาน Eg ตกที่ผิวหน้าอนุภาคกึ่งตัวนำ ทำให้อิเล็กตรอน (e- cb) ถูกกระตุ้นจากแถบวาเลนซ์ (VB) ไปสู่แถบการนำไฟฟ้า (CB) ทำให้เกิดช่วงว่างไว้คือ โฮล (h+vb) e-cb ทำปฏิกิริยากับโมเลกุลออกซิเจน ทำให้โมเลกุลออกซิเจนเปลี่ยนเป็นซุเปอร์ออกไซด์อิออนเรดิคัล (O2-) ส่วน h+vb สามารถรับอิเล็กตรอนจากโมเลกุลสารอินทรีย์ได้โดยตรงหรือ ทำให้โมเลกุลของน้ำที่ดูดติดผิว หรือไฮตรอกซิลอิออนเปลี่ยนเป็น ไฮตรอกซิลเรดิคัล (OH) ซึ่งเป็นสารที่มีอำนาจออกซิไดซ์สูง ทำหน้าที่สลายโมเลกุลสารอินทรีย์  ในสารละลายที่ดูดติดผิวหรืออยู่ใกล้ผิวของตัวเร่งปฏิกิริยา ส่วน O2 จะทำปฏิกิริยาต่อไปเป็น H2O2 H2O2 (ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์) จะทำปฏิกิริยากับ e-cb ก็จะทำให้เกิด OH ต่อไป ยิ่งไปว่านั้นขั้นตอนดังกล่าวจะทำการสลายหรือแตกโมเลกุลของสารอินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์จำพวกสารอินทรีย์ระเหยง่าย VOCs (volatile organic compounds)ให้เป็นสารที่ไม่มีอันตรายและมีอยู่ตามธรรมชาติเช่น คาร์บอนไดออกไซด์และละอองน้ำ

Future_ozone_layer_concentrations

  • แสงยูวีฆ่าเชื้อ (Germicidal Light)

ในทางวิทยาศาสตร์นั้นแสงยูวีหรือแสงอัลตราไวโอเลตได้ถูกนำมาประยุกต์และใช้ให้เกิดประโยชน์ในหลายๆด้าน หนึ่งในคุณสมบัติของแสงยูวีนั้นสามารถช่วยกำจัดและฆ่าเชื้อโรคได้ โดยแสงยูวีนั้นจะแบ่งออกเป็น3ช่วงความถี่ ได้แก่ช่วง UV-A 315-380nm (315-380 นาโนเมตร), UV-B 280-315nm (280-315นาโนเมตร) และUV-C 100-280nm (100-280นาโนเมตร) ซึ่งในช่วงความถี่ของ UV-C นี้เองที่ได้ถูกนำมาประยุกต์และดัดแปลงเพื่อใช้ในการฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาด

โดยเครื่องฟอกอากาศไบโอโซนได้ใช้หลอดไฟยูวีฆ่าเชื้อที่มีความถี่อยู่ที่185นาโนเมตร ซึ่งเพียงพอที่จะกำจัดและทำลายแบคทีเรียกับเชื้อโรคที่ลอยผ่านรังสียูวีในระยะใกล้ โดยที่รังสียูวีนั้นจะทำปฏิกิริยากับพันธุกรรมของเชื้อรา,แบคทีเรีย,และไวรัส ให้เสื่อมสภาพในการขยายพันธุ์และแพร่กระจายเชื้อ เนื่องด้วยรังสียูวีจะทำปฏิกิริยากับไทมีน(Thymine)และทำลายให้โครงสร้างของพันธุกรรมจนไม่สมบูรณ์ที่จะแพร่พันธุ์ได้ และหากเชื้อโรคได้รับรังสีเป็นระยะเวลานานจะส่งผลให้เชื้อโรคนั้นตายได้

diagram-29982_960_720

อย่างไรก็ตามแสงยูวีนั้นอาจจะไม่สามารถทำลายจุลชีพขนาดเล็กทั้งหมด เช่นเชื้อโรคหรือไวรัสเพราะว่าในขณะที่อากาศปนเปื้อนได้ผ่านเข้าไปในเครื่องฟอกอากาศนั้น ย่อมมีอากาศบางส่วนที่ลอยอยู่ห่างรัศมีของหลอดไฟยูวีหรือรังสียูวีจึงทำให้เชื้อนั้นสามารถอยู่รอดได้ แต่อย่างไรก็ตามเครื่องฟอกอากาศไบโอโซนได้คำนึงถึงช่องว่างนี้และได้ทำการป้องกันโดยที่มีเทคโนโลยีของ แสงพลาสมา,PCO, และโอโซน ที่ค่อยที่จะกำจัดเชื้อโรคส่วนที่รอดจากระยะของรังสียูวี ดังนั้นผู้ที่อยู่ในบริเวณที่มีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไบโอโซนสามารถว่างใจได้ว่าเทคโนโลยีทั้งหมดได้ออกแบบมาเพื่อทำงานด้วยกันและเพื่อบรรลุในเป้าหมายเดียวกัน

Photoplasma ในทางเคมีและฟิสิกส์ พลาสมา คือแก๊สที่มีสภาพเป็นไอออนและถือเป็นสถานะที่ 4 ของสสาร พลาสมาประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุทั้งประจุบวกและลบ ในสัดส่วนที่ทำให้ประจุสุทธิเป็นศูนย์

ตามธรรมชาติพลาสมานั้นได้เกิดในชั้นบรรยากาศของโลกเราโดยที่แสงแดดหรือยูวีแยก ไฮโดรเจนกับออกซิเจนออกจากไอน้ำหรือละอองน้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติ จากการแยกตัวของสองสสารนี้นั้นทำให้เกิดการรวมตัวใหม่ของไฮดรอกซิลเรดิคอล (-OH)

ซึ่งไฮดรอกซิลเรดิคอลนั้นไม่มีความเสถียรมันจึงต้องค่อยจับหรือดึงเอาโมเลกุลอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเสถียรโดยขั้นตอนของการทำตัวให้เสถียรนั้นเท่ากับการจำกัดมลพิษและฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ร่วมไปถึงกำจัดสารเคมีที่มีอันตรายเช่น เบนซิน, ไนเตรต ออกไซด์, ไวนิลคลอไรด์ ฯลฯ โดยการจับหรือดึงโมเลกุลของสารเคมีที่เป็นอันตรายและแตกตัวกลับไปเป็นสสารที่ไม่มีอันตรายหรือสามารถพบได้ในธรรมชาติเช่น น้ำ หรือ คาร์บอนไดออกไซด์

MobiZone-leaflet

เครื่องฟอกอากาศไบโอโซนนี้มีหลักการทำงานเช่นเดียวกับธรรมชาติโดยใช้แสงยูวีเพื่อให้พลังงานต่อสสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติและผลิตพลาสมาจำนวนหมาศาลทุกๆ วินาที ซึ่งจะมีทั้งประจุลบและประจุบวกเพื่อออกไปแยก ไฮโดรเจนกับออกซิเจนออกจากไอน้ำและก่อตัวเป็นไฮดรอกซิลเรดิคอลที่ได้กล่าวไว้ในเบื้องต้น หลังจากนั้นพลาสมาที่ได้ถูกปล่อยไปในอากาศก็จะออกไปกำจัดเชื้อโรค,ไวรัส,เชื้อรา,กลิ่นเหม็น,ควัน,และสารเคมีที่มีอันตรายในบริเวณที่ได้ติดตั้ง โดยไฮตรอกซิลจะไปดึงและทำลายเอาโปรตีนที่ทำหน้าที่ยึดผนังเซลล์ของแบคทีเรียให้ติดกันออกจึงทำให้เซลล์นั้นเปิดออกและศูนย์เสียความสามารถในการแพร่พันธุ์ นอกเหนือจากนี้อนุภาคของพลาสมานั้นมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิววัสดุอีกด้วยและพลาสมานั้นยังมีประสิทธิภาพในการสลายมลพิษในอากาศมากกว่าแสงยูวีถึง180เท่าและมากกว่าโอโซนถึง2000เท่า ดังนั้นวิธีดังกล่าวจะช่วยกำจัดและฟอกอากาศแบบ active

นักวิทยาศาสตร์ได้แบ่งสถานะของสสารในธรรมชาติออกเป็น 4 สถานะ คือ ของแข็ง ของเหลว ก๊าซ และพลาสมา 3 สถานะแรกเป็นสถานะที่เราค่อนข้างคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่สถานะที่สี่ หรือพลาสมา (Plasma) เป็นสถานะที่ไม่ค่อยจะพบเห็นบ่อยนัก พลาสมา คือ ก๊าซที่มีประจุ มักพบในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงมาก (โดยทั่วไปมักจะสูงกว่า 5,000 เคลวิน) ทำให้อะตอมของก๊าซสูญเสียอิเล็กตรอน และอยู่ในสภาพประจุไฟฟ้า

การเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารจะเกิดขึ้นเมื่อสสารรับหรือสูญเสียพลลังงาน ตัวอย่างเช่น หากน้ำแข็งมาก้อนหนึ่ง และให้พลังงานแก่น้ำแข็งโดยการใส่หม้อและตั้งบนเตาไฟ น้ำแข็งจะรับพลังงานบนเตาหลอมและละลายเป็นน้ำ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นของเหลว หากตั้งบนเตาไฟต่อไป น้ำจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเดือดกลายเป็นไอ ซึ่งอยู่ในสถานะก๊าซ น้ำที่อยู่ในสถานะก๊าซนี้ก็ยังคงอยู่ในรูปของโมเลกุลน้ำ แม้ว่าเราจะไม่สามารถจับต้องได้หรือมองเห็นไปน้ำได้

หากให้พลังงาแก่ไอน้ำมากขึ้นอีก(เพิ่มอุณหภูมิให้สูงกว่า 2,000 เคลวิน) โมเลกุลของน้ำเริ่มจะแยกสารละลายออก เป็นอะตอมของไฮโดรเจน 2 อะตอม และออกซิเจน 1 อะตอม เมื่อการแยกสารละลายจนหมด หลือเพียงแต่อะตอมของไฮโดรเจนและออกซิเจน (ไม่เหลือน้ำอีกแล้ว) และหากให้พลังงานของธาตุทั้งสองเพิ่มขึ้นอีก (เอุณหภูมิสูงกว่า 5,000 เคลวิน) อะตอมจะสูญเสียอิเล็กตรอนและอยู่ในสภาพพลาสมาซึ่งสามารถนำไฟฟ้าได้

MobiZone-leaflet-BACK

การสร้างพลาสมานั้นสามารถจำลองวิธีทางธรรมชาติได้สองวิธีหลัก คือ การ sparking (Hot Plasma) โดยใช้ไฟฟ้าแรงสูงจากตัวกำเนิดประจุไฟฟ้า วิธีนี้จะจำลองการผลิตพลาสมาจากการเกิดฟ้าผ่าหรือฟ้าแลบ  และการใช้หลอดยูวีในการผลิตพลาสมาโดยใช้รังสีอัลตราไวโอเล็ต UV (cold plasma) โดยจำลองวิธีมาจากแสงจากพระอาทิตย์  โดยในขั้นตอนการผลิตพลาสมาทั้งสองวิธีนั้นจะก่อให้เกิดการก่อตัวของโอโซนซึ่งมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศเช่นกัน แต่การใช้วิธีสร้างประจุจากไฟฟ้าจะก่อให้เกิดการแตกตัวและรวมตัวใหม่ของไนโตรเจนเข้ากับโมเลกุลในอากาศจำพวก NOx ซึ่งมีอันตรายและเป็นพิษมากกว่าโอโซน  นอกเหนือจากนั้นการผลิตพลาสมาจากวิธีสร้างประจุจากไฟฟ้ามีความซับซ้อนในการวางระบบและค่าช้จ่ายสูงในการบำรุงรักษา, ใช้พลังงานมากกว่าการใช้หลอดยูวีผลิต, ก่อให้เกิดความร้อนมากกว่าและทำให้เครื่องทำความเย็นทำงานหนักขึ้น ดังนั้นการสร้างพลาสมาด้วยหลอดยูวีจะเป็นปลอดภัยและมิตรต่อผู้ใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

 

Ozone

ตามธรรมชาติแล้วเราจะพบก๊าซโอโซนได้ในชั้นบรรยากาศซึ่งก่อตัวขึ้นจากก๊าซออกซิเจนในอากาศและปฏิกิริยาของแสงอัลตราไวโอเลตเช่นเดียวกับเครื่องฟอกอากาศเครื่องนี้

โอโซนนั้นได้ถูกผลิตขึ้นโดยธรรมMobiZone air purificationชาติจากขั้นตอนการผลิตพลาสมาผ่นหลอดไฟฆ่าเชื้อยูวีเช่นเดียวกับการผลิตประจุลบในเครื่องฟอกอากาศนี้

โอโซนนั้นมีคุณสมบัติในการกำจัดและปราบสิ่งสกปรกเช่น เชื้อโรค, แบคทีเรีย, ไวรัส, เชื้อราและ กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้โอโซนได้ถูกนำมาใช้เป็นสารทำความสะอาดมากกว่าร้อยปีและเป็นวิธีที่ได้การยอมรับและนิยมเป็นอย่างแพร่หลายในหมุ่อุตสาหกรรมแพทย์เป็นอย่างยิ่ง

MZ4-VIEW-300x275

นอกเหนือจากนี้ก๊าซโอโซนยังมีประสิทธิภาพในการสลายสารอินทรีระเหยที่เป็นอันตรายเมื่อสูดดม เครื่องฟอกอากาศไบโอโซนได้ผ่านการทดสอบจากหลายห้องแลปที่ได้รับความเชื่อถือและรับรองเช่น องค์กรอนามัยโลก WHO (World Health Organization) เป็นต้น ว่าระดับของโอโซนที่ผลิตจากเครื่องฟอกอากาศนี้จะต่ำกว่า 0.05 ส่วนในหนึ่งล้านส่วน (0.05 ppm) ซึ่งในระดับสากลนั้นก๊าซโอโซนจะเป็นอันตรายเมื่อมีปริมาณตั้งแต่1,000-5,000 ส่วนในหนึ่งล้านส่วน (1,000-5,000 ppm) นั่นมากกว่าถึง 20,000-50,000 เท่า ที่เครื่องฟอกอากาศนี้จะผลิตขึ้นตามปกติ

ozone_01

ตามหลักของสุขภาพนั้น การที่เราได้รับโอโซนในจำนวนที่ไม่เพียงพอย่อมมีผลเสียมากกว่าโดยเฉพาะผู้คนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องแอร์หรือในบริเวณพื้นที่ปิด

MobiZone air purification

MobiZone air purification

ราคาปกติ 8,000.00฿
ลดเหลือ 6,400.00฿

 

Related Products

Comments

comments

You Might Also Like