Nov.18

ความรู้ทั่วไปวิธีการทำความสะอาดภายในรถยนต์

การดูแลรถ

-การดูแลภายในรถยนต์ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าต้องดูแลภายนอกเสียอีก เพราะในชีวิตประจำวันเราต้องอยู่ภายในรถตลอดเวลาต่างจากภายนอกที่เอาไว้โชว์ความสวยงามสำหรับอวดสายตาคนเท่านั้น การดูแลภายในมีจุดหลัก ๆ อยู่ 2 จุดเท่านั้นคือบริเวณคอนโซลหน้ารถ และเบานั่งผู้โดยสาร

 

-ส่วน เรื่องของการทำความสะอาดเบาะ ควรดูว่าวัสดุหุ้มเบาะเป็นผ้าหรือหนัง (หนังแท้หรือหนังเทียม) เพราะวัสดุทั้งสองชนิดมีข้อดีและข้อเสียต่างกันคือ เบาะผ้าจะดูแลทำความสะอาดยากกว่า แต่จะไม่เก็บความร้อนในขณะจอดรถตากแดด ส่วนหนังแท้หรือหนังเทียมจะดูแลทำความสะอาดง่าย แต่จะเก็บความร้อนได้มากกว่าแบบผ้า

 

-ดังนั้นจึงควรเลือกวิธีทำความ สะอาดให้เหมาะสม ก่อนเริ่มทำความสะอาด ให้นำรถมาจอดไว้ในที่โล่งแจ้งและมีแสงสว่าง เปิดประตูและกระจกหมดทั้ง 4 บาน ใช้ไม้ตีที่นอนที่ทำมาจากหวาย (มีจำหน่ายตามร้านหวายทั่วไป) มาตีเบาะและพนักพิงให้ทั่วทั้งเบาะหน้าและหลัง ผู้ทำความสะอาดควรอยู่ต้นลม เพื่อป้องกันไม่ให้สูดดมฝุ่นที่ฟุ้งกระจายออกมา

 

-ส่วนการทำความ สะอาดเบาะหนังแท้หรือหนังเทียมนั้น ควรใช้น้ำยาขัดเงาทำความสะอาดเบาะ โดยใช้ผ้าหรือฟองน้ำจุ่มน้ำยาขัดเงาขัดคราบสกปรกให้ทั่ว จุ่มน้ำยาแต่น้อยเพื่อป้องกันการเหนียวเหนอะหนะ และน้ำยาชนิดนี้ยังสามารถนำมาทำความสะอาดแผงหน้าปัดและแผงประตูได้เช่นกัน คุณสมบัติของน้ำยาจะช่วยทำให้พื้นผิวหน้าสะอาด ปกป้องฝุ่นไม่ให้จับติดแน่น ป้องกันการซีดจาง กรอบแห้งแตกร้าว จากแสงแดดเผา และช่วยเพิ่มความเงางามให้ดูเหมือนใหม่ตลอด

 

-สำหรับพรมพื้นรถ ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่ใช้ในรถ หรือเครื่องดูดฝุ่นบ้านมาดูดฝุ่นตามที่ต่าง ๆ แต่ถ้าไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าว หรือมีฝุ่นไม่มาก ใช้กระดาษกาวมาพันรอบปลายนิ้วมือ 1 รอบ โดยให้กระดาษกาวส่วนที่มีความเหนียวที่สามารถจับติดกับสิ่งอื่นอยู่ด้านนอก นำมาเก็บสิ่งต่าง ๆ เช่น เศษขนม เม็ดดิน เม็ดทราย หรือเส้นผมที่ตกหล่นบนพรมพื้นรถ หลังจากทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เครื่องปรับอากาศภายในรถก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องรู้จักวิธีการบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างอากาศที่บริสุทธิ์ให้แก่ผู้ขับขี่ เพราะมิฉะนั้นอาจเกิดกลิ่นอับในรถได้

 

-การเกิดกลิ่นอับในรถมัก เกิดจากเครื่องปรับอากาศทำงานจนมีอุณหภูมิต่ำจนเกิดหยดน้ำสะสมภายในตู้คอยล์ เย็นเป็นจำนวนมาก น้ำบางส่วนจะไหลออกมาทางท่อน้ำทิ้ง แต่ยังมีน้ำบางส่วนยังเหลือตกค้างอยู่ภายในตู้คอยล์เย็น ทำให้เกิดการอับชื้นและเกิดเชื้อราขึ้น

 

-สำหรับกลิ่นเหม็นอับนี้ยัง อาจเกิดได้จากการนำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามารับประทานในรถหรือจากการสูบ บุหรี่และทิ้งก้นบุหรี่ไว้ในที่เขี่ยบุหรี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่ใต้แผงวิทยุ และแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศโดยมากจะไม่มีฝาปิด ควันบุหรี่และกลิ่นอาหารสามารถแพร่กระจายไปทั่วห้องโดยสาร และไปเกาะติดตามอุปกรณ์ต่าง ๆ หมุนวนเข้าไปในตู้คอยล์เย็น ทำให้เกิดกลิ่นอับ

 

-ดังนั้นก่อนจะจอดรถประมาณ 3 นาที ให้กดปุ่ม A/C ในตำแหน่งปิด พร้อมกับเปิดพัดลมในตำแหน่งแรงสุด ให้แรงลมไล่หยดน้ำและความชื้นให้ระเหยออกจากตู้คอยล์เย็นให้หมด เพื่อขจัดความชื้นและกลิ่นอับ และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของคอยล์เย็นให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

 

ไม่ ว่าจะรถเก่าหรือรถใหม่ ถ้าห้องโดยสารสะอาดด้วยแล้วก็ชวนให้เข้าไปนั่งด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นรถใหม่แต่ห้องโดยสารมีกลิ่นอับและรกรุงรัง อย่างนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

บทความโดย canonvr.com

Comments

comments

You Might Also Like